|
 
 
 
วันที่ / Date 19/07/61
42.00 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date 18/07/61
1,060.00 USD/MT (@ 33.35 B/USD)
  •   ครม.ไฟเขียว ‘รัฐ-เอกชน-วิสาหกิจชุมชน’ ลงขันสร้างโรงไฟฟ้าจากยางพารา 3 จังหวัดใต้  new
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติจัดตั้งและร่วมทุนบริษัทในเครือบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐ ใน 3 บริษัท ประกอบด้วย 1. บริษัท ประชารัฐชีวมวล นราธิวาสจำกัด ลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล อ.เมือง จ.นราธิวาส 2.บริษัท ประชารัฐชีวมวล แม่ลาน จำกัด ลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ 3. บริษัท ประชารัฐชีวมวล บันนังสตา จำกัด ลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้ง 3 โรงจะใช้เศษไม้ยางพาราเป็นเชื้อเพลิงหลัก
 
ทั้งนี้ มีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมทุนมี 2 ราย คือ บริษัท เจนเนอร์จี จำกัด สนใจร่วมลงทุนและดำเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลจ.นราธิวาส และบริษัท อีโค เอ็นเนอร์ยี กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด ดำเนินเนินการโรงไฟฟ้าชีวมวลจ.ปัตตานี และยะลา โดยบริษัทพีอีเอฯ จะลงทุนในสัดส่วน 40% ของการลงทุน และภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน ลงทุนในสัดส่วน 60% ของบริษัทร่วมทุน ซึ่งวิสาหกิจชุมชนสามารถเข้าถือหุ้นได้ไม่เกิน 10% ของสัดส่วนหุ้นทั้งหมด ส่วนเงินลงทุนรวมวงเงิน 1,555 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ 853 ล้านบาท เงินร่วมทุน 702 ล้านบาท
 
แบ่งเป็นเงินลงทุนจาก บริษัท พีอีเอฯ วงเงิน 280.8 ล้านบาท บริษัท เจนเนอร์จี/รัฐวิสาหกิจชุมชน 181.2 ล้านบาทและ บริษัท อีโค เอ็นเนอร์ยี่ฯ/วิสาหกิจชุมชน 240 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 โรง คือ บริษัท ประชารัฐชีวมวล, บริษัท ประชารัฐชีวมวล แม่ลาน และ 3.บริษัท ประชารัฐชีวมวล จะมีอัตราผลตอบแทน 10.14% มีระยะเวลาคุ้มทุน 7.12 ปี , 11.56% มีระยะเวลาคุ้มทุน 6.62 ปี และ 12.49% มีระยะเวลาคุ้มทุน 6.28 ปี ตามลำดับ
 
“นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพลังงานสนับสนุน โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อให้การดำเนินการเกิดความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ เน้นในการการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกว่าเป็นเจ้าของในโครงการเหล่านี้ ประโยชน์ที่ได้รับทำให้ภาคใต้มีความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้โครงการเป็นรองรับการสร้างงานในพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านไฟฟ้าในจังหวัดภาคใต้ โดยโครงการจะเริ่มก่อสร้างก.ค. 2561 แล้วเสร็จและเริ่มจ่ายไฟฟ้าได้ ประมาณพ.ย. 2563”
 
นายณัฐพร กล่าวว่า สำหรับความต้องการใช้เชื้อเพลิงทั้ง 3 โรงงานนี้ มีความต้องการปริมาณเชื้อเพลิงป้อนโรงงานจำนวน 146,620 ตัน/ปี แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าชีวมวลนราธิวาส 80,290 ตัน/ปี โรงไฟฟ้าชีวมวลปัตตานี 33,165 ตัน/ปี และโรงไฟฟ้าชีวมวลยะลา 33,165 ตัน/ปี โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ระบุว่า ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีพื้นที่ปลูกยางพาราจำนวน 1,754,127 ไร่ มีความพร้อมในด้านเชื้อเพลิงและมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้า รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งยังช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในพื้นที่ด้วย
 
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนในกิจกรรมโค่นต้นยางเก่า (เฉพาะเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์) แต่ละปีงบประมาณมีเป้าหมายในการโค่นต้นยางเก่า ปีละ 44,200 ไร่ แบ่งเป็น จ.นราธิวาส 17,600 ตัน จ.ปัตตานี 4,300 ตัน และจ.ยะลา 22,300 ตัน ซึ่งคิดเป็นผลผลิตไม้ยางพาราประมาณ 1,326,000 ตัน เมื่อนำมาเทียบกับความต้องการเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าทั้ง 3 โรง พบว่ามีปริมาณไม้ยางพาราเพียงพอต่อการนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล
 
ที่มา : ข่าวสด
Update :  16 พฤษภาคม 2561     เวลา : 10:28:14 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com