|
 
 
 
วันที่ / Date 17-19/11/2561
35.00 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date 16/11/61
935.00 USD/MT (@ 32.98 B/USD)
  •   "กฤษฏา" เล็งทบทวนมาตรการชะลอส่งออกยาง  new
นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เดือน เม.ย.นี้จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลและทบทวนแผนการแก้ไขปัญหายางในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะมาตรการหยุดกรีดยางในพื้นที่หน่วยงานรัฐ และโครงการชะลอการส่งออกที่จบโครงการแล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา จะต้องสะท้อนให้เห็นว่าผลจากการดำเนินงานทำให้ราคาที่เกษตรกรได้รับปรับขึ้นหรือไม่ และคุ้มกับงบประมาณรัฐบาลที่รัฐบาลจ่ายไปในแต่ละโครงการหรือไม่
 
“เป้าหมายราคายางผมยังต้องการที่ ก.ก.ละ 60 บาท หรือสูงกว่าต้นทุน ในขณะที่ 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาสูงสุดอยู่ที่ ก.ก.ละ 50 บาท และปรับลดลงเมื่อวานนี้ (2 เม.ย. ) อยู่ที่ ก.ก.ละ 48 บาท ดังนั้นต้องมาพิจารณาดูใหม่ว่ามาตรการต่างๆ ได้ผลจริงหรือเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไขได้อย่างเหมาะสม”
 
สำหรับกรณีที่เวียดนามส่งออกยางไปตลาดจีนในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.ที่ผ่านมามากขึ้นถึง 30% ประเมินว่าเป็นผลจากที่ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซีย ร่วมกันชะลอส่งออกรวม 3 แสนตัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องดึงเวียดนามเข้าร่วมเป็นภาคีในบริษัทร่วมทุนยางระหว่างประเทศด้วย โดยในเบื้องต้นได้หารือและให้เวียดนามได้เข้าร่วมสังเกตุการณ์ในที่ประชุมหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ยอมเข้าเป็นสมาชิกถาวร
 
นายกฤษฎา กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันที่จะใช้มาตรการหยุดกรีดต่อเนื่องจากตั้งแต่เดือน ก.ค.- ก.ย.นี้ ในพื้นที่ที่เกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โดยจะได้รับการชดเชยให้ตามความเหมาะสม ส่วนงบประมาณที่ใช้อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีทุนประเดิมผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว 2,000 ล้านบาท คาดว่าบางส่วนจะใช้จากเงินค่าธรรมเนียมพิเศษจากการส่งออกยาง (เงินเซส) แต่ต้องหารือกับคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และผู้บริหาร กยท.ให้เกิดความชัดเจน 
 
คณะกรรมการ กยท.เห็นว่าโครงการนี้ใช้เงินเซสได้ แต่ผู้บริหาร กยท.ระบุว่าใช้ไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขตาม พ.ร.บ.การยางฯ และจะสรุปผลภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบางส่วน รวมทั้งได้รักษาการผู้ว่าการ กยท.มาแทนนายธีธัช สุขสะอาด ที่ถูกย้ายไปช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
 
 “ผมไม่อยากให้โครงการหยุดกรีดใช้งบรัฐ จากเดิมจะออกพันธบัตร 30,000 ล้านบาท แต่เมื่อรัฐบาลประเดิมทุนมาแล้วที่เหลือจะใช้เงินเซสได้ก็ดี เพราะมาตรการนี้ส่วนช่วยชาวสวนเช่นกัน รวมทั้งจะหารือกับมาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อคุมผลผลิตยางในประเทศให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งทั้ง 2 ประเทศ เห็นด้วยแต่จะใช้วิธีการใดให้แต่ละประเทศพิจารณาเอง โดยไทยจะใช้วิธีส่งเสริมให้ส่วนราชการใช้ยางมากขึ้น เริ่มปี 2561 ซึ่งได้แก้ปัญหาจัดซื้อจัดจ้างแล้ว คาดว่าเริ่มได้จริงจังปีงบประมาณ 2562”
 
ส่วนการแก้ไขปัญหาราคายางปัจจุบันได้ตั้งคณะกรรมการกำหนดราคายางแล้ว หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุม คณะกรรมการชุดนี้จะกำหนดราคาขั้นต้นในแต่ละวัน เป็นการกำหนดทิศทางราคาที่ชาวสวนควรได้รับ คาดว่าจะแก้ปัญหาผู้ค้ายางกดราคาได้ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่า มีผู้ส่งออกไทยบางรายสต็อกยางไว้ที่ตลาดต่างประเทศ 2 แห่ง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ราคายางในประเทศช่วงนี้ไม่สูงขึ้นไม่มากนัก สวนทางกับน้ำยางที่ออกสู่ตลาดน้อยลงเพราะอยู่ช่วงปิดกรีด รวมถึงช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแต่ราคายางกลับทรงตัว
 
  นอกจากนี้ กยท.ยังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อกยางที่มีอยู่ 1 แสนตัน ปีละ 11 ล้านบาท ที่เก็บมานานแล้ว 4 ปี จะต้องหามาตรการแก้ไขให้แล้วเสร็จในช่วงที่ชาวสวนยางปิดกรีดในเดือน มี.ค.-พ.ค.นี้
 
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
Update :  3 เมษายน 2561     เวลา : 09:34:42 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com