|
 
 
 
วันที่ / Date 25-27/11/60
41.50 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date
USD/MT (@ B/USD)
  •   กยท. เผยกองทุนฯ เตรียมเข้าซื้อยางในตลาดจริง-ตลาดล่วงหน้าในสัปดาห์หน้า เพื่อขับเคลื่อนสร้างเสถียรภาพร new

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเสถียรภาพราคายางว่า ขณะนี้ องค์กรทั้ง 6 แห่ง เดินหน้าร่วมกันจัดตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยมี กยท. และบริษัทผู้ส่งออกเอกชนรายใหญ่ของประเทศทั้ง 5 บริษัท ได้แก่ บมจ. ไทยฮั้วยางพารา บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด บมจ. ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) บมจ. ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) หรือ TRUBB และบริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้น 

ล่าสุด ได้มีการประชุมอย่างเป็นทางการภายใต้บริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด เป็นครั้งแรก เพื่อกำหนดแนวทางในการดำเนินการและการบริหารจัดการกองทุน ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้กองทุนฯ เข้าลงทุนซื้อยางทั้งในตลาดซื้อขายยางจริงจากตลาดกลางทั้ง 6 แห่งของ กยท. ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางอยู่แล้ว ได้แก่ หนองคาย บุรีรัมย์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และยะลา และจะมีการซื้อขายผ่านทางตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า TFEX โดยจะเริ่มดำเนินการได้ในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อผลักดัน และรักษาให้ราคายางอยู่ในระดับที่เหมาะสม 

“สำหรับกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ณ วันนี้ ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจัง คือ เริ่มมีการจัดตั้งกองทุน มีการประชุมหารือถึงข้อกำหนดการดำเนินงาน รวมไปถึงการกำหนดวันที่จะเข้าซื้อยาง ซึ่งจะเริ่มในสัปดาห์หน้า โดยเป็นการซื้อขายยางพาราจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. และขณะเดียวกันจะมีการซื้อขายยางในตลาดล่วงหน้า TFEX เพื่อสะท้อนราคาในตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกันเป้าหมายคือเพื่อให้เกิดเสถียรภาพราคายาง และทำให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยางดีขึ้น"นายธีธัช กล่าวย้ำ 

ด้านนายไชยยศ สินเจริญกุล นายกสมาคมยางพาราไทย และกรรมการบริหาร บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ โดยเฉพาะมีการยางแห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นกลางเพื่อการส่งออกมีความเข้มแข็งขึ้นมา และส่งผลไปยังผู้ผลิตต้นน้ำ ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยางจะสามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า กระบวนการทำงานของกองทุนเป็นอย่างไร ผลที่จะเกิดขึ้นแก่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะเกษตรกรจะเป็นอย่างไร โดยวันนี้ได้มีการร่วมมือและผนึกกำลังกันแล้ว คาดว่าน่าจะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพของราคาโดยเฉพาะในตลาดล่วงหน้า เช่น ญี่ปุ่น จีน หรือสิงคโปร์ ซึ่งคิดว่า ต่อไปนี้ประเทศไทยน่าจะเทียบเท่ากับประเทศเหล่านี้ได้ เพราะความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสร้างศักยภาพของประเทศเพื่อให้ต่างประเทศเข้าใจว่ากระบวนการห่วงโซ อุปทาน (Supply chain) และห่วงโซ่คุณค่า (Valued Chain) ของไทยก็มีบทบาทหนึ่งในนั้นด้วย 

ด้านนายกรกฎ กิตติพล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ฝ่ายขายต่างประเทศ บมจ. ไทยฮั๊วยางพารา กล่าวว่า ข้อดีของการรวมกลุ่มกันครั้งนี้ สิ่งแรกคือ ความร่วมมือกันระหว่างเอกชนที่ส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกของไทย และรัฐบาลที่ร่วมมือกันในการช่วยเหลือทำให้ยางพารามีราคาที่สูงขึ้น ถือว่าเป็นความสามัคคีที่เป็นรูปธรรมแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางได้เกิดความสบายใจ และเชื่อมั่นได้ว่า 

"ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อช่วยเหลือเรื่องราคายางให้ สูงขึ้น พร้อมกับมีความตั้งใจแน่วแน่ในการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้ จริง รวมไปถึงการร่วมนำเงินลงในกองทุนฯ โดยไม่หวังในเรื่องของผลกำไร คิดเพียงแต่ต้องการให้ราคายางสูงขึ้นเท่านั้น ในขณะเดียวกัน จะเป็นการสื่อสารให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยสามารถเป็นเบอร์หนึ่งเรื่องของยางพาราได้ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้ทั้งโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบกิจการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เราในฐานะผู้ถือหุ้นในกองทุนฯ จะเร่งทำงานให้เกิดผลสำเร็จให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยเกษตรกร และช่วยราคายางพาราให้ดีและสูงขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพราคายางให้คงที่ ไม่กลับไปสู่จุดที่ราคาตกต่ำอีกครั้ง"

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ 

Update :  21 กรกฎาคม 2560     เวลา : 10:20:47 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com