|
 
 
 
วันที่ / Date 16-18/12/60
41.50 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date
USD/MT (@ B/USD)
  •   "ยุคล"ล้างสต๊อกยางพารา 2 แสนตัน ตั้งเป้าราคาใช้"ต้นทุน"บวกกำไร30%ช่วยชาวสวน new
"ยุคล" ประเดิมงานกำกับดูแลยางพารา เตรียมล้างสต๊อกก่อนเดินหน้าแก้ปัญหาราคา พร้อมใช้มาตรการกำกับดูแลหากราคายางอยู่ในระดับต้นทุนบวกกำไรไม่เกิน 30% ภาคเอกชนเห็นด้วย แต่ไม่ควรประมูลขายให้ผู้ส่งออก นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังจากรับเรื่องยางพารามาดูแลต่อจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯคนเก่าว่า การดูแลเรื่องยางพาราต้องดูแล 2 อย่างคือ สต๊อกยางในโครงการของรัฐบาลที่มีอยู่ 2 แสนตัน ซึ่งต้องดูว่าจะจัดการอย่างไร เพราะการเก็บยางไว้ล้วนก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าโกดัง ค่าดูแลรักษา ความเสียหาย ดังนั้นต้องดำเนินการโดยเร็ว ต้องเคลียร์ก่อนจะเดินหน้า ถ้าล้างสต๊อกไม่ได้จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ไปตรวจว่าสต๊อกจริงมีเท่าใด อยู่ในรูปแบบใด สัดส่วนเท่าใด ต้องเอาตัวเลขมาคุย และจะคุยกับคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ว่าจะทำอย่างไร โดยส่วนตัวยังไม่ได้คิดจะขายทิ้งทันที อาจจะมีรูปแบบอื่น จะเชิญเอกชนมาคุยหาทางออกในการดูแลจัดการในเร็ว ๆ นี้ ส่วนเรื่องที่สองที่ต้องดูแลคือราคา ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องทางการเมือง จากนี้ต้องคุยกับเกษตรกรว่าราคาควรจะเป็นตามความเป็นจริง ยางเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกเกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นราคายางขึ้นอยู่กับตลาดโลก ถ้าตั้งราคาสูงก็ส่งออกไม่ได้ ต้องยืดหยุ่นตามความเป็นจริง และเกษตรกรต้องอยู่ได้ ขณะนี้ให้คณะทำงานประชุมเตรียมการระดับหนึ่งแล้วเคยมีการคุยเรื่องต้นทุนกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้แนวทางว่า ราคายางพาราควรทำเหมือนสินค้าตัวอื่นที่ สศก.ทำ คือเอาต้นทุนบวกอีก 30% ของต้นทุน ถ้าราคาตลาดเกินต้นทุนบวก 30% ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าราคาอยู่ระหว่างต้นทุนบวก 30% ของต้นทุน ต้องมีมาตรการกำกับดูแล และถ้าราคาต่ำคือต้นทุนบวก 5% ต้องมีมาตรการของรัฐบาลเข้าไปเสริม "ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่าต่อไปนี้เรื่องยางคงต้องเป็นไปตามกลไกตลาด ต้องอยู่ได้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรเอง ต้องปรับความคิดกันใหม่ วางแผนว่าจะคุยกับสภาเกษตรกร โดยมีเกษตรกรที่ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อรัฐบาลเป็นตัวแทนหารือว่าราคายางควรจะเป็นอย่างไร น่าจะมองที่การอยู่ได้อย่างยั่งยืนของเกษตรกรมากกว่าการตั้งราคาแบบทุบหัวเข้าบ้าน" นายยุคลกล่าวอีกว่า การที่ราคายางตกต่ำในขณะนี้ สถานการณ์เรื่องค่าเงินกระทบไม่มาก เพราะค่าเงินบาทได้อ่อนตัวลงมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่มีปัญหาคือสต๊อกยางของจีนที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนตัน ทั้งนี้มาตรการความร่วมมือของบริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ จำกัด (IRCo) ก็ไม่เป็นผล เพราะอีก 2 ประเทศสามารถขายยางได้ปกติ ไม่มียางในสต๊อกมากเหมือนไทย ถ้าดึงภาคเอกชนมาลงทุนในประเทศไทยได้จะสามารถแก้ปัญหาได้หลายอย่าง นายหลักชัย กิตติพล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพารารายใหญ่ กล่าวว่า การจะแก้ไขปัญหาราคายางในประเทศตกต่ำนั้นเป็นเรื่องที่แก้ยาก เพราะราคายางต่างประเทศยังต่ำกว่าราคาในประเทศ เห็นด้วยกับการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเห็นว่าต้องจัดการสต๊อกยางก่อน เพราะสต๊อกยางที่มีอยู่เป็นปัญหากดให้ราคายางในประเทศไม่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวทางการระบายนั้นในความเห็นส่วนตัวคิดว่า ถ้ารัฐบาลนำยางในสต๊อกมาขายให้ผู้ประกอบการในประเทศ โดยยอมขาดทุนขายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด จะทำให้ยางในสต๊อกหายไปได้ แต่แนวทางนี้ยังไม่ดีเท่าการนำไปใช้ทำถนน หรือทำหมอนรองรถไฟในโครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาล เพราะการนำยางในสต๊อกของรัฐบาลออกมาขายให้เอกชน เป็นเพียงการหมุนเวียนยางในตลาดภายใต้ความต้องการใช้ที่เท่าเดิม เพียงแต่ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการซื้อยางในตลาดมาซื้อจากสต๊อกของรัฐบาล แต่หากนำไปใช้ประโยชน์ดังที่กล่าวมาจะเป็นการเพิ่มความต้องการใช้ใหม่ นอกจากนั้น นายหลักชัยกล่าวถึงโครงการตั้งกองทุนเข้าซื้อยางในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟต) ว่า เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการที่เป็นคนริเริ่มโครงการพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว คงต้องรอดูว่ารัฐมนตรีว่าการที่เข้ามาดูแลจะมีความเห็นอย่างไร ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 15-7-56
Update :  15 กรกฎาคม 2556     เวลา : 16:18:10 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com