|
 
 
 
วันที่ / Date 22/6/61
44.00 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date 21/06/61
1,115.00 USD/MT (@ 32.94 B/USD)
  •   แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เกษตรกรต้องยอมรับความจริง  new
ความเคลื่อนไหวของแกนนำเกษตรกรจากหลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่ออกมารวมกลุ่มเรียกร้องขอให้รัฐบาลช่วยแก้ไขราคายางพาราและราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำมาเป็นระยะเวลายาวนานเป็นปีมีข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปลดคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทยและผู้ว่าการออกไปจากตำแหน่งนั้น เป็นเรื่องเรียกร้องเก่าไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใดก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วคือปี 2560 เกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ก็เคยออกข่าวผ่านสื่อมวลชนมาในทำนองนี้มาแล้วข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, ผลไม้ทุกชนิด, สับปะรด, มะพร้าว, ผลผลิตจากการประมงทะเลและประมงน้ำกร่อยโดยเฉพาะกุ้งล้นตลาดขายไม่ออก ฯลฯ
 
การที่ยางมีราคาตกต่ำนั้นเป็นมานานนับปีหลังจากราคาน้ำมันดิบดิ่งลงมาเหลือบาร์เรลละ 40 เหรียญสหรัฐ เพราะยางกับน้ำมันเป็นผลิตที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ร่วมกันเมื่อน้ำมันราคาตกและยางล้นตลาดเพราะจีนปลูกยางได้แถมในไทยเองพี้นที่ปลูกยางมีมากขึ้นเพราะรัฐบาลในอดีตส่งเสริมให้ปลูกทั้งภาคใต้, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีปริมาณปีละ 4 ล้านตัน แต่ตลาดต้องการแค่ 2 ล้านตัน เท่านั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ยางจะมีราคาสูงได้อย่างไร
 
ถ้าหากจะว่าเกษตรกรผู้ปลูกยางรู้หรือไม่ว่าสถานการณ์ยางราคาตกคำตอบคือพวกเขารู้มาเป็นปีแล้วแต่ไม่รู้วิธีจะหาทางแก้ไขให้มันดีขึ้นอย่างไรหากจะหวังให้ภาครัฐช่วยก็คงเป็นไปไม่ได้ไทยแม้จะมีเงินตราสำรองต่างประเทศมหาศาลถึง2แสนกว่าล้านเหรียญสหรัฐแต่รัฐบาลไทยก็ไม่กล้าสร้างหนี้ด้วยการกู้เงินมาช่วยเกษตรกรเพราะกลัวหนี้สาธารณะท่วมประเทศเหมือนสหรัฐอเมริกาไทยไม่เหมือนสหรัฐอเมริกาเพราะเขาพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกมาใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน
 
การที่เกษตรกรเรียกร้องให้รัฐบาลทุ่มงบประมาณออกมารับซื้อผลผลิตทางการเกษตรทุกๆ ประเภทเหมือนรัฐบาลพรรคเพื่อทักษิณในอดีตรัฐบาลชุดนี้คงไม่มีใครกล้าทำเพราะถ้าทำรัฐบาลก็คงโดนนักการเมืองระบอบทักษิณโจมตีดีไม่ดีก็จะหาว่ารัฐบาลโกงทุจริตฉ้อราษฎร์เหมือนนักการเมืองในรัฐบาลก่อนอีกด้วยรัฐบาลคสช.จึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
 
วิธีการแก้ไขผลผลิตทางด้านเกษตรตกต่ำไม่ใช่เรื่องใหญ่เพียงแต่รัฐบาลยอมกู้เงินจากสถาบันการเงินที่เป็นของรัฐบาลเองแล้วเอาเงินนั้นมาตั้งเป็นกองทุนมูลภัณฑ์กันชนทางด้านเกษตรแบบที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา เคยทำมาแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่แปลกประหลาดอะไรในเมื่อไทยมีเงินมากพอสมควรเอาเงินรับซื้อพืชผลมาเก็บไว้แต่อย่าซื้อมากให้ราคาสูงเหมือนรัฐบาลระบอบทักษิณทำเพราะนั่นเป็นการผิดวิธีเพราะเกษตรกรจะได้ใจทุ่มปลูกพืชผลมาให้รัฐบาลรับซื้อหวังรวยเป็นเศรษฐีได้เงินหลายๆ ล้านบาท แบบชาวนานายทุนที่ปลูกข้าวมาจำนำกับรัฐเหมือนปี 2554-2557 อีก
 
ประเทศไทยมีรายได้หลักในขณะนี้จากการอุตสาหกรรมหนักเบา, จากการบริการ, การท่องเที่ยวในขณะที่การเกษตรนั้นทำรายได้เข้าประเทศน้อยลงมากรัฐบาลต้องชี้แจงให้คนไทยทุกๆ อาชีพเข้าใจเพราะผู้ที่เสียภาษีให้รัฐมากที่สุดไม่ใช่เกษตรกรเพราะประมวลรัษฎากรปัจจุบันมีข้อยกเว้นตามกฎหมายไว้ว่าเกษตรกรและชาวประมงพื้นบ้านไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเกษตรกรและชาวประมงเสียภาษีทางอ้อม เช่น ค่าน้ำในการชลประทาน
 
ในขณะที่คนที่เสียภาษีส่วนใหญ่คือนักธุรกิจ, พ่อค้าแม่ขาย, นายหน้าคนกลาง, ข้าราชการ, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ทนายความ, สถาปนิก, วิศวกร, แพทย์, ดารานักแสดง, นักกีฬาอาชีพฯลฯ
 
อย่าลืมว่าประชากรไทย 67 ล้านคน กับคนต่างด้าวที่อาศัยทำงานในไทยอีก 3 ล้านคน นั้นเสียภาษีเงินได้ให้รัฐประมาณ 7 ล้านคนที่เหลือเสียภาษีทางอ้อมในระบบต่างๆ เรื่องนี้คนไทยทุกคนต้องเห็นใจรัฐบาลด้วยหน้าที่ของประชาชนนอกจากจะเรียกร้องสิทธิของตนเองที่จะให้รัฐบาลช่วยก็ต้องเข้าใจด้วยว่าคนเสียภาษีจริงๆมีไม่กี่ล้านคนที่แบกภาระให้คนส่วนใหญ่อยู่รอดไปพร้อมๆ กันทั้งประเทศ
 
จากข้อเท็จจริงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นนายสมคิด จตุศรีพิทักษ์, นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์, นายกฤษฎา บุญราช, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์, นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ฯลฯ มีความสามารถและเชี่ยวชาญในทุกๆ สาขาอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น
 
การแก้ปัญหาก็คือรัฐบาลนำงบประมาณมารับซื้อผลลิตที่ตกต่ำในปริมาณพอสมควรเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐแล้วชี้แจงให้เกษตรกรทราบว่าอย่าปลูกพืชอะไรตามใจให้ศึกษาดูเกษตรกรประเทศที่เจริญแล้วเช่นญี่ปุ่น, เยอรมนี, ฝรั่งเศส ฯลฯ เขาทำอย่างไรประการสำคัญถ้าเกษตรกรที่รวยๆ ยอมเสียภาษีเงินได้เหมือนนานาอารยประเทศรัฐบาลก็ต้องช่วยอย่างเต็มที่แต่ประเทศไทยไม่เหมือนกันมีคนเสียภาษีในปริมาณแค่ร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดการเรียกร้องจึงมีข้อจำกัดดังกล่าว
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
Update :  7 มิถุนายน 2561     เวลา : 10:20:42 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com