|
 
 
 
วันที่ / Date 17/10/2561
40.00 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date 16/10/61
1,040.00 USD/MT (@ 32.64 B/USD)
  •   สต๊อกยางจีนระส่ำ ทำราคายางไทยขยับ! new

หลังจากที่ ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย พร้อมคณะได้เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (International Tripartite Rubber Council : ITRC) ณ กรุงจาร์กาต้า ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2559 เพื่อเร่งหาข้อสรุปเรื่องความร่วมมือในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบของ โลก ทำให้ราคายางพาราในประเทศไทยขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

             ล่าสุด เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายางพารา เริ่มกระตุ้นขึ้นบ้างแล้ว จะเห็นได้จากราคายางในท้องถิ่นภาคใต้ ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ กก.ละ 63.40 น้ำยางดิบ ณ โรงงาน ราคากก.ละ 58.25 บาท ส่วนที่ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยางแผ่นดิบอู่ที่ กก. 64.87 บาท ยางร่มควันชั้น 3 กก.ละ 69.41 บาท ขณะที่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2559 นั้น ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ กก.ละ 52.60 บาท น้ำยางดิบ กก.ละ 54.50 บาท ส่วนที่ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยางแผ่นดิบอู่ที่ กก. 54.53 บาท ยางร่มควันชั้น 3 กก.ละ 54.75 บาท

            สำหรับประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ ที่ประเทศอินโดนีเซียที่ผ่านมา มีการหารือถึง การพยากรณ์อุปสงค์ อุปทาน ยางพาราของโลก ความก้าวหน้าในการจัดตั้งตลาดยางระดับภูมิภาค (RRM) ผลการดำเนินการตามมาตรการกำหนดปริมาณการส่งออก (AETS) การสร้างความร่วมมือระหว่างสภาไตรภาคีกับประเทศจีน และประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ ซึ่งไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพประชุม โดยจะจัดขึ้นวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ณ กรุงเทพมหานคร

           กระนั้น นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ฝากเตือนสติเกษตรกรชาวสวนยางพาราว่า เกษตรกรอย่างเพิ่งดีใจมากจนเกินไป ต้องเตรียมตัวพร้อมด้วย เพราะอาจจะเป็นช่วงระยะสั้นๆก็ได้ ฉะนั้นทางออกที่ดีเกษตรกรต้องรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน รวมกลุ่มเพื่อทำการปรรูป ปลูกพืชอื่นแซมในส่วนยางเพื่อหารายได้เสริมที่จะต้องทำต่อไป และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือคือต้องลดต้นการผลิต รวมตัวเป็นกลุ่มเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และซื้อปัจจัยการผลิตให้ถูกลง

           สำหรับสาเหตุที่ราคายางพาราขึ้นในช่วงนี้ นายเชาว์ ชี้แจงว่า มาจากหลายปัจจัย อาทิ ปัจจับภายในเกิดจาการที่ กยท.ได้รณรงค์ให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกยาง 4 แสนไร่ เจ้าของสวนยางขาดแคลนแรงงานกรีดยาง ประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้การผลิตน้ำยางน้อยลง และอีกปัจจัยที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันสต๊อกยางในประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าใหญ่ขาดแคลนยางอย่างหนัก ทำให้นักธุรกิจจีนต้องเดินทางมาขอซื้อยางจากไทยจำนวนมาก ทั้งที่มาติดกับ กยท.โดยตรง และติดต่อกับสถาบันเกษตรกรที่ปลูกยางพาราอีกด้วย

           ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เห็นว่า หลังจากที่มีผู้แทนนักธุรกิจที่เกี่ยวกับวงการยางพาราสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบที่ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เพื่อเจรจาซื้อยางจากไทยนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าต่อไปราคายางพาราของไทยต้องดีขึ้นแน่นอน

          “ที่คณะนักธุรกิจของจีนมาครั้งนี้ เพราะว่า ปีนี้ทางจีนได้ประสบกับปัญหาการขาดแคลนยางจึงได้ทำสัญญาซื้อขายยางไว้ล่วง หน้า แต่ปรากฎว่าคู่ค้าไม่สามารถส่งยางได้ตามสัญญาซึ่งเป็นปัญหาต่อการผลิตของ บริษัทต่างๆ ส่งผลให้เกิดผลพวงปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงาน ดังนั้นผู้แทนบริษัทจากประเทศจีนจึงต้องการติดต่อจากสถาบันเกษตรกรจากประเทศ ไทยที่สามารถรวบรวมผู้ผลิต(ต้นน้ำ)ส่งโดยตรงไปยังบริษัทในประเทศจีนโดยไม่ ผิดสัญญา”นายอุทัย กล่าว

          ประธาน สยยท. ระบุว่า การเจรจาเบื้องต้น ทางจีนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนดังนี้ 1.ให้สภาเครือข่ายยาง และสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย(สยยท.)รวบรวมกลุ่มเกษตรกรผลิตยางแท่ง STR20 และยางแผ่น RSS3 และยางคอมเปาด์ฯลฯ เพื่อจัดส่งให้เขาตามสัญญาที่จะตกลงกัน,2.ฝ่ายจีนโดย Miss Xiaoxia Dongจะเป็นผู้รวบรวมบริษัทต่างๆในประเทศจีนที่ต้องการยางเพื่อเซ็นต์สัญญา ซื้อขายโดยตรงกับ สยยท. 3.ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดตราสินค้า เพื่อให้ยอมรับซึ่งกันและกัน,4.เมื่อทั้งสองฝ่ายได้จำนวนยางที่แน่นอนสม่ำ เสมอทั้งจำนวนและคุณภาพพร้อมที่จะเซ็นต์ MOU ในขั้นต้นเพื่อสร้างความมั่นใจทั้งสอนฝ่าย และ 5.ฝ่ายประเทศจีน พร้อมที่จะให้ค่าบริหารจัดการ (นอกเหนือจากราคายาง)เพื่อให้กรรมการสยยท.จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบให้ได้ มาตรฐานสากลจึงจะประทับตรายืนยันคุณภาพ

        “สยยท.เรามีความมั่นใจต่อเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสยยท.ทุกคนใน ฐานะที่เป็นผู้ผลิตยางอยู่ในมือถึงปีละ 4.5ล้านตันต่อปี ซึ่งถ้ารวมกับเพียง 20%ทั่วประเทศก็จะสร้างฐานอำนาจในการต่อรองราคาได้ซึ่งมีความมั่นใจว่า เกษตรกรต้องลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง” ประธาน สยยท. กล่าวอย่างมั่นใจ

         สำหรับคณะตัวแทนนักธุรกิจที่ไปพบในครั้งนี้ ประกอบด้วย ตัวแทนจากม 8 บริษัทจากเมืองเซี่ยงไฮ้นำโดยนายหว่อง เฟิร์ค ( Mr.Wong Ferg) จากQINGDAO XINMAOYUAN RUBBER CO.,LTD คณะที่สองซึ่งนำโดย นายซู หยง ปิง (Mr.Zhu YongPing) ประธาน บริษัท QUANGDONG JIHUAINVESTMENT DEVELOPING CO.,LTD และคณะจากกรุงปักกิ่งซึ่งเป็นตัวแทนรัฐวิสาหกิจผลิตล้อยาง ล้อเครื่องบินให้ทหาร

         นอกจากนี้ทางทางสภาเครือข่ายยางฯได้รับการติดต่อประสานงานจากพ่อค้าชาวจีน จากเมืองชิงเต่า เพื่อหารือคณะกรรมการสยยท.เพื่อร่วมกันวางแผนซื้อยางกับเกษตรกรโดยตรงโดยไม่ ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางราวในต้นเดือนธันวาคม 2559 นี้ด้วย

        ถือ เป็นนิมิตหมายใหม่ที่ดีของเกษตรกรที่จะพัฒนาการขายยางไปอีกขั้นในอันที่จะ ช่วยให้เกษตรกรชาวยางของไทยขายยางได้ราคาดีขึ้น นอกจากจะยกระดับการซื้อขายยางในรูปแบบใหม่แล้วยังช่วยให้เกษตรกรชาวสวน ยางพารามีรายได้ที่มั่นคงเกิดความยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก

 

Update :  29 พฤศจิกายน 2559     เวลา : 11:15:03 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com