|
 
 
 
วันที่ / Date 17/10/2561
40.00 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date 16/10/61
1,040.00 USD/MT (@ 32.64 B/USD)
  •   ITRC ชี้ความต้องการใช้ยางพารายังโตปีละ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์  new

การยางแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) เพื่อเร่งหาข้อสรุปความร่วมมือในการบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบของโลก ณ ประเทศอินโดนีเซีย ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เผยว่า จากการประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ(International Tripartite Rubber Council : ITRC) ณ กรุงจาร์กาต้า ประเทศอินโดนีเซีย ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็น การพยากรณ์อุปสงค์ อุปทาน ยางพาราของโลก ในการนำหลักสถิติและวิชาการเข้ามาใช้ในการประเมินความต้องการการใช้ยางของ โลก ซึ่งโลกยังมีความต้องการใช้ยางพาราอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้จะไม่ได้เติบโตในอัตราที่สูงมากเกินไป แต่ก็มีความใกล้เคียงกันของอุปสงค์ อุปทาน ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีประมาน 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่สิ่งที่แตกต่างกันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือจะมีประเทศผู้ส่งออกที่มีความ หลากหลายทำให้เกิดแข่งขันเพิ่มมากขึ้นรวมถึงการแข่งขันในเชิงประเทศผู้ปลูก ยางพารา ดังนั้นแนวทางการแก้ปัญหาจำเป็นต้องทำการพัฒนาคุณภาพยางพาราให้ตรงความต้อง การของผู้ใช้ในโลก “สำหรับความก้าวหน้าในการจัดตั้งตลาดยางระดับภูมิภาค (RRM) ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายกันยายนที่ผ่านมาแต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อน ไหวมากนัก อาจเนื่องมากจากการซื้อขายยางพาราแบบส่งมอบจริงเป็นเรื่องใหม่ของวงการตลาด ยางพารา ในขณะที่ตลาดยางพาราที่ผ่านมาจะเป็นตลาดซื้อขายยางแบบล่วงหน้า คงต้องหาแนวทางการแก้ไขโดยการปรับเปลี่ยนเรื่องระเบียบที่จะทำให้ผู้ซื้อราย ย่อยและผู้ขายรายย่อยสามารถเข้ามาใช้บริการได้ง่ายยิ่งขึ้น และอาจรวมถึงการลดค่าธรรมเนียมเพื่อจูงใจให้คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นแนวทางที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารตลาดRRM ให้พิจารณาและดำเนินการต่อไป” ผู้ว่าการ กยท. กล่าว ดร.ธีธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผลการดำเนินการตามมาตรการกำหนดปริมาณการส่งออก (AETS) ขณะนี้ได้ดำเนินการเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่มีการร่วมมือกันของไตรภาคียางพาราระหว่างประเทศ โดยสาเหตุที่ต้องมีการวิเคราะห์กำหนดปริมาณการส่งออกที่เหมาะสม อันเนื่องมาจากหลักสถิติจะแสดงให้เห็นว่าหากแต่ละประเทศทำการส่งออกโดยที่ ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จะทำให้ปริมาณสินค้าเกินความต้องการของตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคายางและส่งผลต่อเกษตรกรของโลก จำเป็นต้องหาจุดสมดุลของราคาและปริมาณ โดยการกำกับปริมาณให้เป็นไปตามข้อตกลงของ 3 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เนื่องจากการส่งออกยางพารารวมทั้ง 3 ประเทศมีปริมานมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโลก ดังนั้นจะต้องมีการประเมินความเหมาะสมของปริมาณที่ชัดเจน ซึ่งในรอบปีนี้มาเลเซียเป็นประเทศเดียวที่สามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนดที่ เป็นพันธะสัญญาร่วมกันของสภาไตรภาคี เพราะฉะนั้นประเทศไทยและอินโดนีเซีย ต้องทบทวนแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สามารถรักษาระดับปริมาณการส่งออกของแต่ละ ประเทศที่เหมาะสมเพื่อให้ราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมในอนาคตต่อไป ด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างสภาไตรภาคีกับประเทศจีน และประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ได้ทำหนังสือเชิญชวนประเทศจีนเข้าร่วมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ขณะนี้ทำการติดตามและประสานงานกับไปยังประเทศจีนเพื่อรอคำตอบ และในส่วนของประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน ได้ทำหนังสือเชิญชวนประเทศเวียดนามมาเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วยเช่นกัน เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่ส่งออกยางมากเป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งขณะนี้ประเทศเวียดนามอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อดี – ข้อเสีย และผลประโยชน์ที่ประเทศเวียดนามจะได้รับเมื่อร่วมสภาไตรภาคีระหว่างประเทศ อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ 

Update :  18 พฤศจิกายน 2559     เวลา : 10:07:53 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com