|
 
 
 
วันที่ / Date 16-18/12/60
41.50 บาท/กก. (THB/Kg.)
 
วันที่ / Date
USD/MT (@ B/USD)
  •   ยาง 3 แสนรายส่อชวดเงินช่วย 2.5 พันบาท/ไร่  new
          เผยชาวสวนยางกว่า 3 แสนราย ส่อกินแห้วไม่ได้รับช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิต 2,520 บาท/ไร่ จากสารพัดสาเหตุ
ทั้งอายุยางเกิน/ยางอายุไม่ถึง /ไม่มีเอกสารสิทธิ/หนังสือ ภ.บ.ท.ไม่สลักหลัง  ส่วนอีก 6 แสนรายลุ้นตรวจเข้มรายแปลง
ขณะที่ม็อบยางรอบสองขีดเส้นตายเตรียมยกระดับการชุมนุมหากไม่ได้ก.ก.ละ 100 บาท "ปลอดประสพ"ขู่จะไม่ได้อะไร
          นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"
ว่า จากที่กระทรวงเกษตรฯโดยกรมส่งเสริมการเกษตร  ได้มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพื่อสนับสนุน
ค่าปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ (ระยะเวลาโครงการ ก.ย. 56 - 31มี.ค.57) จำกัดไม่เกินรายละ 25 ไร่
เพื่อช่วยลดผลกระทบราคายางพาราต่ำ ซึ่งมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น 1.09 ล้านราย
          ล่าสุด จากการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2556 พบว่า ในจำนวนนี้มีชาวสวนยางกว่า 3 แสนราย
อาจจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกิตติรัตน์  ณ ระนอง
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เป็นประธานเป็นผู้เสนอ และมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับรอง
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา
          ทั้งนี้สาเหตุที่ชาวสวนอาจจะไม่ได้รับค่าปัจจัยการผลิตในจำนวนกว่า 3 แสนรายนั้น แบ่งเป็นไม่มีเอกสารสิทธิที่ดิน
ที่เป็นที่ยอมรับของกรมป่าไม้ 46 รายการกว่า 3 หมื่นราย เอกสาร ภ.บ.ท. (เอกสารเสียภาษีบำรุงท้องที่)แต่ไม่ลงสลักชื่อ
ด้านหลังรับรองให้สามารถทำกิน ได้ กว่า 4 หมื่นราย และส่วนที่เหลือจะเข้าข่ายอายุยางเกิน หรือ อายุต้นยางไม่เข้าเกณฑ์ที่กำหนด
ขณะที่อีก 6 แสนรายอยู่ระหว่างการตรวจข้อมูลเป็นรายแปลง
          ขณะที่ข้อเสนอของกลุ่มภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ที่ล่าสุดได้มีการชุมนุม
เรียกร้องให้รัฐบาลชดเลยราคายางที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม และยังร้องขอให้รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือในการจ่าย
ค่าปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ให้กับชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิด้วยนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ ขัดกับมติครม.
ที่จำเป็นที่จะต้องมีเอกสารสิทธิที่ดินของเกษตรกรมาแสดง ซึ่งในกลุ่มนี้จะส่งเรื่องให้กรมป่าไม้ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม เข้าตรวจสอบสิทธิการถือครองว่า ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงมีการใช้สิทธิที่ดินอยู่ก่อนจะมีการประกาศ
เป็นเขตพื้นที่ป่า หรือ อุทยานหรือไม่
          นายยุคล กล่าวถึง แนวโน้มราคายางพารานับในเดือนพฤศจิกายนว่า คาดราคามีแนวโน้มลดลงเป็นปกติเช่นทุกปี
เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ยางที่กรีดได้มีปริมาณเพิ่มขึ้น และจะทำให้ยางออกสู่ตลาดมาก อย่างไรก็ดี
ราคายางพารา ณ ปัจจุบัน ณ ตลาดกลางยางพารา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 29 ตุลาคม 2556  ราคายางแผ่นดิบ
และยางแผ่นรมควันปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน 0.47 บาทต่อกิโลกรัม และ 0.53 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ราคา 73.31 บาทต่อกิโลกรัม
และ 75.11 บาทต่อกิโลกรัมตามลำดับ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดซื้อขายยางล่วงหน้าที่โตเกียว
ที่ได้รับแรงหนุนจากเงินเยนอ่อนค่าและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่ทั้งนี้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย
และจับตาดูผลการประชุมของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะเปิดเผยในวันพุธนี้
          ส่วนมาตรการที่รัฐบาลสั่งงดการจัดเก็บเงินจากผู้ส่งออกเข้ากองทุนสงเคราะห์ เกษตรกร(เงินเซสส์)ชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน
เพื่อให้ผู้ส่งออกมีเงินไปรับซื้อยางและดันราคายางให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้
ก็ไม่สามารถช่วยยกระดับราคายางในประเทศได้นั้น นายยุคล กล่าวต่อว่า สถานการณ์นี้มีการพูดคุยกันหลายรอบแล้ว
มองว่าน่าจะเป็นปัจจัยภายนอก ทั้งที่ปริมาณการส่งออกก็เพิ่มขึ้น ส่วนจะต่ออายุการงดการจัดเก็บเงินเซสส์
หรือไม่นั้นหลังสิ้นสุดเดือนธันวาคม นี้คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง
          ด้านนายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจเอกสารสิทธิ
และจ่ายเงินช่วย ค่าปัจจัยการผลิตแก่ชาวสวนยาง นับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน-15 ตุลาคม  2556 ที่ผ่านมานั้น
จากข้อจำกัดด้านบุคลากร และการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อเข้าตรวจสอบทุกแปลงนั้น ได้พยายามทำเต็มที่แล้ว
เพื่อเร่งให้ชาวสวนให้ได้รับประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการอย่างเต็มที่ ข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2556
ได้ตรวจสอบแล้วกว่า 5-6 หมื่นแปลงทั่วประเทศ ดังนั้นจึงขอร้องให้ผู้ชุมนุมเรียกร้องราคายาง 100 บาทต่อกิโลกรัม
ในเวลานี้ได้ใจเย็นลง เพราะยางไม่สามารถสุ่มตรวจ 20%ได้เหมือนนาข้าว เพราะยางพาราเป็นไม้ยืนต้น
          ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการยางพารา กล่าวถึงการชุมนุมเรียกร้องในนามเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา
และปาล์ม น้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้  (ภปค.)ว่า มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ที่เรียกร้อง ได้แก่ กลุ่มที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
อาทิ ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือมีแต่ไม่เข้าข่าย 46 รายการที่ทางราชการรับรอง และ กลุ่มที่ 2 ผู้รับจ้างกรีดยาง
โดยเห็นได้จากข้อเรียกร้อง 5 ข้อได้แก่ 1.ขอให้ประกันราคายางแผ่นดิบกิโลกรัมละ 100 บาท และปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 6 บาท
2.ห้ามรัฐสั่งซื้อหรือน้ำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเข้ามาในประเทศ  3.รัฐบาลต้องช่วยเหลือเงินค่าปัจจัยการผลิตให้ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยาง
ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีเอกสารสิทธิหรือไม่มี 4.ต้องย้ายผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
และ 5.ไม่ดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกออกหมายจับและผู้ชุมนุมหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยว ข้อง เช่นเดียวกับนายกาจบัณฑิต รามมาก
ในฐานะผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันฯ จากจังหวัดสงขลาในรอบแรก กล่าวว่า
กลุ่มที่ชุมนุมเป็นกลุ่มเดียวกันกับครั้งแรก แต่มีความคิดต่างกัน ดังนั้นในกลุ่มม็อบยางกลุ่มแรกที่ได้รับปาก และยอมรับข้อตกลง
กับรัฐบาลไปแล้วจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวโดยจะให้รัฐบาลทำงาน ก่อน อย่างไรก็ตามหลังสิ้นสุดโครงการช่วยเหลือ
ค่าปัจจัยการผลิตในเดือนมีนาคม 2557 แล้วหากสถานการณ์ราคายางในตลาดยังไม่ดีขึ้นเกษตรกรจะออกมาเคลื่อนไหวอีก ครั้ง
          ขณะที่นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ คนที่ 2 ในฐานะตัวแทนเกษตรกรและผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน
จังหวัดสุราษฎร์ธานีกล่าวว่า ราคาผลปาล์ม ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2556 เฉลี่ยที่ 4.50-4.60 บาทต่อกิโลกรัม ปรับเพิ่มขึ้น
จากสัปดาห์ที่แล้วที่เฉลี่ยที่ 4.10 บาทต่อกิโลกรัม ถือเป็นราคาที่เกษตรกรรับได้ และยืนยันว่า เกษตรกรชาวสวนปาล์มภาคใต้
กว่า 80% รับได้ และคาดการณ์ว่าประมาณเดือนพฤศจิกายนนี้ราคาผลปาล์มจะปรับตัวขึ้นไปที่ กิโลกรัมละกว่า 5 บาท
จากผลผลิตในตลาดจะลดลง ดังนั้นข้อเรียกร้องประกันราคาปาล์มให้ได้ 6 บาทต่อกิโลกรัมของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น จึงไม่สมเหตุสมผล
          ด้านนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้ 
กล่าวว่า ยังคงยืนยันข้อเรียกร้องจากรัฐบาล 5 ข้อ หลักสำคัญจะต้องประกันราคายางพาราที่กิโลกรัมละ 100 บาท
และปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 6 บาท เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการรับจำนำข้าวมากแม้ว่า
จะขาดทุนปีละแสนล้านบาท ก็ยังเดินหน้าโครงการต่อ ดังนั้นชาวสวนยางจึงต้องการให้รัฐบาลให้ความสนใจเช่นเดียวกัน
ซึ่งที่ผ่านมาการชดเชยปัจจัยการผลิตนั้นเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง ไม่ตรงจุด  หากไม่สนองตอบจะยกระดับการชุมนุม
แบบดาวกระจายเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน มีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 1 พันคน ที่ ปิดถนนเพชรเกษม บริเวณอำเภอบางสะพานน้อย
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งผู้เรียกร้องเป็นตัวแทนชาวสวนยาง 54 จังหวัดทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะภาคใต้เพียงอย่างเดียว
          นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพารา
และปาล์มน้ำมันฯ เรียกร้องรัฐบาลแทรกแซงยางพารากิโลกรัมละ 100 บาท และปาล์ม 6 บาท ว่า ช่วงนี้เป็นฤดูฝนของภาคใต้ 
ขอแนะนำชาวสวนยางตัวจริงว่าขอให้กลับไปดูแลสวนของตัวเองดีที่สุดเพื่อ ป้องกันไม่ให้น้ำท่วม อย่าไปหลงเชื่อพวกที่ไปยุยง
ส่งเสริมให้มาเดินขบวน แล้วจะไม่ได้อะไร "หน้าฝนเขาไม่กรีดยางกัน แต่กลับมีม็อบออกมาเรียกร้องราคายาง ที่รัฐบาลช่วยขณะนี้
ก็ตรงกับเทคนิคทางวิชาการอยู่แล้ว ทั้งเรื่องปุ๋ย เรื่องยา เรื่องพันธุ์ยาง ดังนั้นถูกต้องตามหลักวิชาการ ขอให้นำสิ่งนี้ไปคิดดูด้วยว่า
ผมพูดถูกหรือไม่ เพราะพูดในฐานะคนกระทรวงเกษตรฯ เก่า"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ (วันที่ 1 พย.2556)


Update :  1 พฤศจิกายน 2556     เวลา : 11:01:13 น.
 

สมาคมน้ำยางข้นไทย
60 ถ.โชติวิทยะกุล 3 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110
Tel. (074) 559508-10  Fax. (074) 559039 E-mail tla5567@hotmail.com, contact@tla-latex.org
ติดต่อผู้จัดการสมาคมฯ  คุณสุจิน กาญจนศิราธิป  Mobile : (081) 748-4657, (086) 480-0824

ระบบจัดการข้อมูล | ระบบเช็คอีเมล์
Copyright 2006. www.tla-latex.org All rights reserved.
Powered by ME-FI dot com